ประวัติความเป็นมา
แหล่งโบราณคดีเขาสามแก้ว เป็นแหล่งโบราณคดีแหล่งใหญ่ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งแสดงหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของ
ชุมชนโบราณสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ ที่เริ่มรับเอาอารยธรรมจากดินแดนโพ้นทะเลจากการสำรวจ และขุดค้นโดยกองโบราณคดี กรมศิลปากร ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้พบหลักฐานสำคัญ ได้แก่ กลองมโหระทึกสำริด หุ่นจำลองรูปคนสัตว์ (ช้าง ม้า กวาง ) สำริด เครื่องมือเหล็ก รูปหอกใบข้าว รูปขวาน ขวานหินขัด แท่นหินบดมีลายสลักรูปตัดทอน ส่วนของสถูปและธรรมจักร ลูกปัด กำไล
ทำจากหิน และแก้ว เครื่องประดับทองรูปพรรณ มีแหวน และแผ่นทอง ลูกปัดคาร์เนเลี่ยน แกะสลักอักษรโบราณจากการขุดค้นแหล่ง
โบราณคดีเขาสามแก้ว สามารถแบ่งชั้นวัฒนธรรมได้ ๒ ชั้น คือ ชั้นวัฒนธรรมที่ ๑ พบเครื่องถ้วยเคลือบสมัยรัตนโกสินทร์ ชั้นวัฒนธรรมที่ ๒ พบเครื่องปั้นดินเผาเนื้อดินธรรมดารูปหม้อกลม หม้อมีสัน ตกแต่งลายเชือกทาบ ตุ้มถ่วงแหดินเผา ลูกกระสุนดินเผา ชิ้นส่วนกำไลสำริด ลูกปัดหินและแก้ว เศษแก้วหลอม เศษเครื่องมือเครื่องใช้สำริด (อาจเป็นส่วนของกลองมโหระทึกสำริด) ชิ้นส่วนเครื่องมือเหล็ก และเศษภาชนะดินเผา ผลการขุดค้น ทำให้วิเคราะห์ได้ว่าบริเวณพื้นที่เขาสามแก้ว เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของ
กลุ่มคน ๒ ช่วงสมัย คือ สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์ร่วมสมัยรัตนโกสินทร์ หลักฐานที่พบทั้งจากการสำรวจ
และขุดค้น ส่วนใหญ่เป็นของชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ในขณะเดียวกันก็มีการติดต่อกับชุมชนที่มีพัฒนาการทางเทคโนโลยี
ก้าวหน้ากว่าโดยใช้เส้นทางน้ำเป็นสำคัญ วัฒนธรรมที่พอจะนำมาเปรียบเทียบกับที่อื่น ๆ ซึ่งพบในแหล่งนี้ ได้แก่ พิธีกรรมเกี่ยวกับ
กลองมโหระทึก (กลองมโหระทึกพบฝังอยู่รวมกับหุ่นจำลองสำริดรูปคน สัตว์ในท่าทางต่าง ๆ เป็นลักษณะคล้ายกันกับที่พบในยูนาน ประเทศจีน) ลูกปัดแก้ว และหินสีต่างๆ ลัทธิศาสนาและวัฒนธรรมจากประเทศอินเดีย (ประจักพยาน คือ ลูกปัดคาร์เนเลียนแกะสลัก
อักษรพราหมณ์ ภาษาสันสกฤตและแท่นหินบดมีลายสลักรูปสถูปและธรรมจักร สัญลักษณ์ทางพุทธศาสนาในช่วงสมัยก่อนการสร้าง
รูปเคารพ) นอกจากนี้การพบเศษแก้วหลอม หินวัตถุดินที่มีร่องรอยขัดแต่ง ลูกปัดหินที่ยังทำไม่แล้วเสร็จ ตลอดจนลูกปัดและเครื่อง
ประดับจำนวนมาก พอจะกล่าวได้ว่า ชุมชนโบราณที่เขาสามแก้วเป็นแหล่งผลิตลูกปัดและเครื่องประดับเพื่อป้อนให้กับชุมชนอื่น ๆ
และยังอาจกล่าวได้อีกว่า น่าจะเป็นชุมชนรุ่นแรก ๆ ที่ติดต่อกับวัฒนธรรมอินเดีย มีลักษณะเป็นเมืองท่าที่มีมาก่อนชุมชนเมืองท่า
ในภาคใต้อีกหลายแห่ง เท่าที่พบหลักฐานแล้วในขณะนี้ รูปแบบศิลปกรรมเป็นแหล่งโบราณคดี สภาพเป็นเนินเขาหินกรวดปนดิน
จำนวน ๔ เนิน ในระดับความสูงโดยเฉลี่ย ๒๐ ๓๐ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีพื้นที่ราบแคบ ๆ คั่นสลับระหว่างเนินแต่ละเนิน อาณาบริเวณที่เป็นเนินเขาทั้ง ๔ เนิน และพื้นที่ราบนี้ มีเนื้อที่ประมาณ ๓ ตารางกิโลเมตร มีคลองท่าตะเภา เป็นเส้นทางน้ำสำคัญ ไหลผ่านทางด้านตะวันตกของแหล่งแล้วไหลไปลงอ่าวไทยที่บ้านปากน้ำในเขตอำเภอเมือง เรียกว่า แม่น้ำชุมพร จากการศึกษา
เปรียบเทียบโบราณวัตถุ ทั้งจากการสำรวจและขุดค้น ได้แก่ กลองมโหระทึกสำริดรูปแบบเดียวกันกับที่พบในจีน (ยูนาน) เวียดนาม มาเลเซียและเขมร กำหนดอายุได้ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑ ๗ ลูกปัดจารึก อักษณพราหมี กำหนดอายุตามอักขรวิทยา มีอายุ
ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๕ ๑๑ ส่วนแท่นหินบด เมื่อเปรียบเทียบตามลวดลายที่เป็นสถูป และธรรมจักร มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษ
ที่ ๕ ๑๐ ดังนั้น แหล่งโบราณคดีเขาสามแก้วจึงน่าจะเป็นชุมชนโบราณที่มีวัฒนธรรมเจริญรุ่งเรืองอยู่ในช่วงใดช่วงหนึ่ง ระหว่าง
พุทธศตวรรษที่ ๕ ๑๐
ความสำคัญและสภาพปัจจุบัน
บริเวณที่พบโบราณวัตถุ เป็นที่ดินของเอกชนที่มีเอกสารสิทธิครอบครอง บางส่วนเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ประเภทปลูกพืชไร่ เป็นพื้นที่โล่ง มีบ้านราษฎรตั้งอยู่ใกล้เคียง พื้นที่บางส่วน ถูกทิ้งร้างมิได้ทำประโยชน์ ปัจจุบันมีผู้ลักลอบขุดโบราณวัตถุไปแล้ว เป็นจำนวนมาก เพราะไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบดูแลประกอบกับที่ดินบริเวณดังกล่าวมิได้เป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์
ของ
ทางราชการ