พุทธสังเวชนียสถานทั้ง ๔ ตำบล นั้น ชาวพุทธถือว่าเป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา และองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ สถานที่ประสูติ สถานที่ตรัสรู้ สถานที่แสดงปฐมเทศนาและสถานที่ พระองค์เสด็จปรินิพพาน
ส่วนเมืองไทยเรานั้น ถือเป็นเมืองพุทธศาสนา ที่มีความเจริญมาอย่างยาวนาน แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อย ที่ไม่มีโอกาสไปกราบไหว้บูชา ที่ดินแดนพุทธภูมิแห่งอินเดีย เพื่อเขาเหล่านั้นจะได้มีโอกาสกราบไหว้บูชา จะต้องมีการก่อสร้างพุทธสังเวชนียสถานแบบจำลองให้เกิดขึ้น ในผืนแผ่นดินไทยของเรา ทั้งยังเป็นสถานที่รวมใจกราบไหว้บูชา ปลูกศรัทธาเลื่อมใส ให้แก่ชาวพุทธไปชั่วกาลนาน และที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา ก็จะได้ประกอบพิธีสักการะ กราบไหว้บูชา และปฏิบัติธรรมเป็นกรณีพิเศษอีกด้วย
พุทธสังเวชนียสถาน ทั้ง ๔ ตำบลนี้ ตามตำนานมหาปรินิพพานสูตรแล้ว ตั้งแต่พระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ กล่าวคือ ก่อนที่พระพุทธองค์จะปรินิพพานที่ กุสินารานคร แห่งประเทศอินเดีย พระอานนท์เป็นพุทธอุปฐาก ได้กราบทูลพระองค์ว่า“ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเจริญแต่กาลก่อนมา เมื่อออกพรรษาแล้ว มีภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา หลั่งไหลมากราบไหว้บูชาพระพุทธองค์อย่างเนืองแน่น และบัดนี้ พระพุทธองค์ได้ปรินิพพานจากไปแล้ว จะให้ข้าพระองค์ทั้งหลาย รำลึกคิดถึงกราบไหว้บูชาอะไรเล่า พระเจ้าข้า” พระพุทธองค์ทรงตอบพระอานนท์ว่า “ดูก่อนพระอานนท์หลังจากเราตถาคตปรินิพพานจากไปแล้ว หากพวกเธอ มีความรำลึกถึงเรา และเดินตามรอยแห่งเรา จงพากันกราบไหว้บูชา สังเวชนียสถานทั้ง ๔ ของเรา คือ สถานที่เราประสูติ สถานที่เราตรัสรู้ สถานที่เราแสดงปฐมเทศนา และสถานที่เราจะปรินิพพาน ที่ป่าสาละกุสินารานี่หล่ะ อานนท์”
ด้วยข้อมูลและเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ทางวัดถ้ำพวง และคณะกรรมการทุกฝ่าย ได้สมัครสมาน สามัคคี รวมพลังหลายฝ่าย เช่น ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พ่อค้า ประชาชน ลูกหลานอยู่ใกล้และไกล
ได้เสียสละกำลังกาย กำลังทรัพย์ตามกำลังความสามารถของตน ขับเคลื่อนให้โครงการนี้สำเร็จบรรลุ
วัตถุประสงค์ โดยเวลาในการก่อสร้างพุทธสังเวชนียสถานทั้ง ๔ ตำบล เป็นเวลา ๖ ปีเต็ม ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งสิ้น จำนวน ๑๖,๔๔๑,๓๐๓ บาท (สิบหกล้านสี่แสนสี่หมื่นหนึ่งพันสามร้อยสามบาทถ้วน) |