สวมเสื้อผ้าฝ่ายแขนยาวสามส่วนสีดำ
หรือย้อมครามติดกระดุมเงิน
นุ่งซิ่นมัดหมี่ต่อหัวต่อเชิ่งห่มสไปด้วยผ้าเก็บดอกหรือผ้าขิด
ไม่สวมรองเท้าส่วนเครื่องประดับนิยมใช้เครื่องประดับที่ทำด้วยเงินเช่น
ต่างหู
หร้อยคอ
กำไรข้อมือ
กำไลข้อเท้า ในปัจจุบัน
ว่าจะ
มีการฟ้อนแสดงความเชื่อในพิธีทั่งบั้ง
แต่ชาวโซ่ที่กุสุมาลย์ก็ยังนิยมแสดงโซ่ทั่งบั้งในพิธีเยาคนป่วยไข้ไปพร้อม
ๆ กันด้วย
ชาวโซ่เชื่อ
ว่าซิญญาณที่ทำให้เจ็บป่วยได้นั้น
อาจเกิดจากวิญญาณของผี
ฟลายชนิดเช่น
ผีฝ้า ผีมูล
ผีกระกูล
ซึ่งโดย
เงื่อนไขทีหมอเยาเสนอให้
ถ้าหากเป็นที่พอใจแล้ววิญญาณผีจะออกจากร่างผู้ป่วยอาการเจ็บไขจะทุเลาลงและหายได้
ในขณะที่หมอเยาซักถามอาการมีการดูด
เหล้าไหกันอยู่นั้นคนไข้แม้จะเจ็บป่วยก็จะลุกขึ้นมาร่ายรำเข้ากับเสียงแคนได้ สิ่งที่ประกอบในการแสดงโซ่ทั่งบั่งนอกจากจะ
มีกลุ่มนักฟ้อนรำสตรีและกลุ่มสาธิตแสดงการเหยาคนป่วยแล้ววิ่งที่ขาดไม่ได้คือ
กลุ่มนักดนตรีและผู้ที่ถือท่อนกระบอกไม้ไผ่
่ยาว 3
ปล้อง
กระทุ้งดิน
เป็นจังหวะ
ตามเสียงกลองสิ่งนั้นคือความหมายของ
"ทั่งบั้ง"
ของเดิมนั้นเอง
รำโส้ทั่งบั้งของอำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร
เป็นการรำประกอบพิธีเหยา มีวัตถุประสงค์เพื่ออัญเชิญวิญญาณของบรรพบุรุษให้มาช่วยเหลือดูแล แนะนำ บันดาล ให้อยู่เย็นเป็นสูข หายจากความเจ็บไข้ได้ป่วย
การรำโส้ทั่งบั้งของโส้อำเภอกุสุมาลย์มีท่ารำ ๕ ท่า คือ
| ๑. ท่าเชิญผีฟ้า |
เพื่อเชิญวิญญาณบรรพบุรุษที่เข้าทรงหมอเหยาให้มาร่วมสนุกสนาน |
| ๒. ท่าทั่งบั้ง |
เป็นท่ากระแทกกระบอกไม้ใผ่ลงดินเป็นจังหวะ |
| ๓. ท่าถวายแถน |
เพื่อแสดงความเคารพบรรพบุรุษ |
| ๔. ท่าส่งผีฟ้า |
เพื่อเชิญวิญญาณบรรพบุรุษให้ตรวจตราสอดส่องดูแลผู้คนรอบๆ บริเวณที่รำ |
| ๕. ท่าเลาะตูบ |
เพื่อติดตามวิญญาณบรรพบุรุษที่กำลังตรวจตราสอดส่องดูแลรอบๆ บริเวณที่รำก่อนออกจากร่างทรง |
|